Register LOGIN Forget password ?
Webboard :: Member Cafe' :: 00016063
STORM Review : BMW R1200GS โมเดล 2013 คันแรกของเมืองไทย
กว่า 30 ปี ที่สายพันธุ์ GS แห่งค่าย BMW ของเยอรมันได้โลดแล่นเคียงคู่ไปกับนักขับขี่เดินทางทั่วโลก และจบการเดินทางรอบโลกในทุกทวีป ด้วยเครื่องยนต์สองสูบนอนยันอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งยืนยันด้วยความมั่นใจของนักเดินทางทางทุกคนในความสะดวกสบาย และง่ายต่อการดูแลรักษา แม้ขับขี่อยู่ในซอกหลืบอันห่างไกลของพื้นพิภพ
Big BMW GS กลายเป็นไอดอลและต้นแบบของสายพันธุ์รถจักรยานยนต์ของนักเดินทางทุกค่ายรถ และได้รับความนิยมสูงสุดจากนักเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะโมเดล R1200GS ซึ่งทุบยอดขายทั่วโลกมากกว่า 170,000 คัน ในเวลาแค่ 9 ปีที่เครื่องยนต์บล๊อค 1200 ซีซีสองสูบนอนยัน ระบายความร้อนด้วยอากาศได้ถูกพัฒนามาถึงขีดสุด จนได้รับการยอมรับจากทุกคนในเรื่องสมรรถนะที่ "กลมกล่อม" ที่สุดสำหรับรถที่ใช้งานเดินทางไกลในรูปแบบนี้ จนกลายเป็นความท้าทายให้กับทีมวิศวกรของโรงงาน BMW ที่เยอรมัน ซึ่งยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาสายพันธุ์ GS เพื่อเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมความสมบูรณ์ในทุกๆด้าน เพื่อความเป็นที่สุด และเปิดบันทึกหน้าใหม่ของสายพันธุ์ GS ให้โลดแล่นอยู่ในหัวใจนักเดินทาง โดยที่ยังคงมนต์สเน่ห์อันเป็นอกลักษณ์ของเครื่องยนต์สองสูบนอนยันบล๊อคใหม่ รวมไปถึงระบบอิเลคโทรนิคส์อันล้ำสมัยบนตัวรถที่ถูกพัฒนาให้ใช้ในการเดินทางแบบสมบุกสมบันในทุกภูมิประเทศจริงๆ
Share |
banana    time: 2013-07-08 23:26:08   แจ้งลบกระทู้

ความเห็นที่ #1
ปรากฏการณ์ก้าวกระโดดในการพัฒนาของทีม BMW ในครั้งนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงบล๊อคเครื่องยนต์แบบสองสูบนอนยัน (Boxer หรือ Flat twin) ระบายความร้อนด้วยลมที่พัดผ่านตัวเครื่องยนต์ และแผงออยล์คูลเลอร์บนตัวรถที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน 30 กว่าปี และถือได้ว่าบล๊อคเครื่องลูกเก่านี้ได้มีการพัฒนาในทุกๆด้านจนถึงขีดจำกัดสูงสุด จนทุกอย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่มันก็ยังมีข้อเสียเปรียบจากคู่แข่งของรถในสไตล์เดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของความร้อนขึ้นสูงในช่วงการขับขี่ในเมืองหรือความเร็วต่ำ รวมไปถึงย่านกำลังในรอบต้นที่ "อืด" ไม่ทันใจ อันเนื่องมาจากรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ไม่สามารถปั่นให้ขึ้นสูงด้วยขีดจำกัดของลักษณะห้องเผาไหม้ ซึ่งข้อด้อยสองข้อหลักนี้ถูกนำมาแก้ไขใหม่ โดยยังคงเดินตามรอยเอกลักษณ์ของสายพันธุ์เครื่องยนต์สองสูบนอนยันไว้คงเดิม แต่เพิ่มระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในตำแหน่งฝาสูบซึ่งเป็นจุดกำเนิดอุณหภูมิความร้อนในจังหวะที่เครื่องยนต์ทำงาน เพื่อรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เครื่องยนต์สามารถเบ่งพลังออกมาได้เต็มที่ อันเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้งานในเครื่องยนต์ของรถแข่ง Formula 1 โดยปรับเปลี่ยนทุกชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ทั้งลูกแบบใหม่ทั้งหมด จนทำให้เครื่องยนต์บล๊อคใหม่นี้ "ไม่เหมือน" เครื่องบล๊อคเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงมีสิ่งเดียวที่เหมือนกัน นั่นก็คือ อารมณ์ในการเสพสมรรถนะของกำลังในสไตล์สองสูบนอนยันของบรรพบุรุษตระกูล R ที่ต้องบอกว่า มันกร้าว และแกร่งกว่าเดิม
banana  2013-07-08 23:31:18      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #2
สมรรถนะของตัวรถโดยภาพรวมที่เป็นจุดขายของสายพันธุ์ R1200GS ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปลักษณะที่สูงโปร่งจากโครงสร้างของเฟรมท่อทรงกลมดีไซน์ใหม่ให้สอดรับกับเครื่องยนต์ใหม่ รองรับระบบช่วงล่างที่พร้อมฟันฝ่าในทุกสภาพถนน โดยใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Telelever และด้านหลังแบบ EVO Paralever อันเป็นดีไซน์เฉพาะที่ไม่มีรถค่ายไหนเหมือน ส่งผลถึงประสิทธิภาพในการรองรับการขับขี่ซึ่งให้ผล "นุ่มนวล" ในทุกสภาพถนนที่ใช้งาน ด้วยระบบปรับตั้งช่วงล่างแบบอิเลคโทรนิคส์ ซึ่งค่าย BMW นับเป็นค่ายแรกที่นำระบบนี้มาพัฒนาจนสามารถติดตั้งให้ใช้งานได้จริงบนรถจักรยานยนต์ ทำงานสอดคล้องกับระบบเบรค ABS. ซึ่ง BMW เป็นผู้เริ่มต้นในการพัฒนามาใช้งานบนรถจักรยานยนต์ จนระบบ ABS. ที่ใช้ในรถ BMW ถือว่า "เสถียร" ที่สุด จนได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่รถทั่วโลกว่าระบบเบรคของจักรยานยนต์ BMW สมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด รวมถึงระบบส่งกำลังจากเครื่องยนต์แแบบใช้เพลาขับ ซึ่งรับแรงม้าเยอรมันจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ผ่านระบบคลัทช์ซึ่งเปลี่ยนไปใช้แบบหลายแผ่นซ้อนกันแทนที่ชุดคลัทช์แห้งแผ่นเดียวแบบเก่า อันเป็นผลมาจากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ลูกใหม่ที่มีม้าขาโตๆอยู่ในคอกมากถึง 125 ตัว แถมมีอัตราทดเกียร์ช่วงต้นที่ "กระชับ" ชนิดที่รู้สึกได้ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลง ถ่ายทอดกำลังทั้งหมดผ่านชุดเพลาที่ออกแบบใหม่ และย้ายมาอยู่ฝั่งซ้ายของตัวรถ ให้ความรู้สึกของจังหวะกระแทกคันเร่งไฟฟ้าเพื่อส่งม้าสู่พื้นได้สะใจพระเดชพระคุณยิ่งนัก


banana  2013-07-09 00:11:27      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #3
รูปลักษณ์งานดีไซน์ในมุมที่เป็นจุดเด่นที่สุดของตัวรถซึ่งถูกออกแบบให้ "ใหม่" โดยไม่เหลือเค้าโครงเดิม เด่นชัดด้วยโลโก้ใบพัดฟ้าขาว และรหัสชื่อรุ่น R1200GS อยู่บนแผ่นพลาสติคซึ่งทำหน้าที่กวาดต้อนกระแสลมที่พัดผ่านตัวรถในขณะขับขี่ให้ไหลผ่านแผงหม้อน้ำซึ่งวางตำแหน่งอยู่ด้านใน โดยมีท่อพลาสติคสีดำดักอากาศเข้าสู่แอร์บ๊อกซ์ซึ่งย้ายตำแหน่งให้สูงขึ้นมากกว่าโมเดลเดิม มาอยู่ในระดับใต้ไฟหน้ารถ จากเดิมที่เคยซ่อนอยู่ใต้ถังน้ำมัน และคงเดาได้ไม่ยากว่า เจ้า GS โมเดลใหม่นี้จะพาคุณ "ลุย"น้ำในระดับที่ลึกมากกว่าแค่ปริ่มๆหัวเครื่องยนต์เหมือนตัวเก่า
banana  2013-07-08 23:41:29      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #4
บล๊อคเครื่องยนต์แบบสองสูบนอนยันที่ "ใหม่ทั้งหมด" ทั้งภายนอกและชิ้นส่วนภายใน พิกัดความจุ 1170 ซีซี DOHC สี่วาล์วต่อสูบ ย้ายตำแหน่งท่อทางเดินไอดีและเรือนหัวฉีดพร้อมชุดควบคุมทั้งหมดไปอยู่ในแนว 90 องศาจากพื้น เพื่อฉีดน้ำมันอ๊อคเทน 95 ผสมอากาศลงไปเลี้ยงม้าเยอรมันขาโตๆ 125 ตัว ที่ 7700 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดโหดๆ 125 นิวตัน/เมตร ที่ 6500 รอบ/นาที โดยมีอัตราส่วนกำลังอัดในห้องเผาไหม้อยู่ที่ 12.5 : 1 ควบคุมการเปิดปิดพลังทั้งหมดด้วยคันเร่งแบบไร้สาย (ไฟฟ้า) ซึ่งมีปฏิกิริยาตามการปรับโหมดเครื่องยนต์ 4 แบบ คือ “Rain”, “Road”, “Dynamic”, “Enduro” และ “Enduro Pro”
banana  2013-07-09 00:14:28      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #5
ตัวเครื่องยนต์ฝั่งซ้ายแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากฝั่งขวา ยกเว้นพัดลมหม้อน้ำที่ให้มาแค่ข้างเดียว ?
ระบบคลัทช์ที่โมเดลเดิมเป็นคลัทช์แห้งแผ่นเดียว ส่งกลิ่นตุ่ยๆเวลาปล่อยคลัทช์ไม่สุดช่วงรอบเครื่องยนต์สูงๆ กลายมาเป็นระบบคลัทช์เปียกหลายแผ่นแช่ในอ่างน้ำมันภายในเครื่องยนต์ เพื่อรองรับแรงม้าที่มากขึ้น และรอบเครื่องยนต์ที่จัดจ้านมากกว่าเดิม โดยที่ทางโรงงานระบุมาว่า สามารถกระแทกคันเร่งจากจุดหยุดนิ่งจนถึงความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียงแค่ 3.6 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กม./ชม.
banana  2013-07-08 23:45:25      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #7
ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาช่วยในเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ในรอบกำลังที่จัดจ้านขึ้น ลดปัญหาอาการร้อนแล้วดับเหมือนที่เจ้า "หัวน้ำมัน" (ฝรั่งชอบเรียก)ในเครื่องบล๊อคเก่าแก้ไม่หาย ส่วนดีไซน์ของแค๊รงก์เครื่องยนต์ด้านหน้าดูแปลกตาไป เพราะฝาพลาสติคสีดำครอบสายพานหน้าเครื่องหายไป กลายเป็นฝาอลูมิเนียมของเครื่องยนต์มาแทนที่ แถมเซาะร่องชื่อแบรนด์ BMW ไว้ให้คนจำได้ในยามที่หงายท้องในทางทุรกันดาร
banana  2013-07-08 23:46:36      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #8
ชุดแผงหม้อน้ำอลูมิเนียมขนาดใหญ่สองชิ้นวางตำแหน่งเอียงรับลมเย็นจากใต้ไฟหน้าเพื่อเข้าไปปัดเป่าอาการตัวร้อนของเครื่องยนต์ ในขณะขับขี่ รวมไปถึงระบบช่วงล่าง BMW Telelever ด้านหน้าที่ดีไซน์ใหม่ ช่วยให้รถเลี้ยว "ง่าย" จนน่าแปลกใจ ซึ่งในโมเดลนี้ทาง BMW จัดสัมปทานช๊อคอัพควบคุมด้วยไฟฟ้าจากค่าย SACHS ส่งผลถึงสมรรถนะความนุ่มนวลในการซับแรงกระแทกอันเป็นเอกลักษณ์ได้ดีมากกว่ารุ่นเดิม
banana  2013-07-08 23:48:42      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #9
มุมมองจากผู้ขับขี่บนตัวรถซึ่งออกแบบมาให้ดูทันสมัย แผ่นใสบังลมขนาดกระทัดรัดที่ออกแบบมาให้รีดตัดกระแสลมด้านหน้าตัวรถให้เลยตำแหน่งศีรษะผู้ขับขี่ จนรู้สึกร้อนในช่วงที่ขี่ความเร็วต่ำกลางแดดจัดด้วยซ้ำ และที่สำคัญก็คือ BMW ไม่ละเลยที่จะยังคงเรือนวัดรอบและเรือนวัดความเร็วแบบเข็ม ซึ่งจำเป็นมากสำหรับรถที่ใช้งานเดินทางท่องเที่ยว เพราะผู้ขับขี่จะใช้แค่ "หางตา" ในการจับตำแหน่งของรอบเครื่องยนต์และความเร็ว เนื่องจากสมาธิทั้งหมดจะยังคงอยู่ที่สภาพเส้นทางข้างหน้า ส่งผลต่อความปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง
ปุ่มปรับสารพัดอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์บนตัวรถถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด ชนิดที่ไม่เหลือเค้าของโมเดลเก่าเลย โดยหันไปใช้แบบเดียวกับที่ใส่มาใน ตระกูล K1600 อาทิเช่น ปุ่มควบคุมไฟเลี้ยวชิ้นเดียวด้านซ้าย ปุ่มควบคุมการแสดงฟังก์ชั่นบนจอแสดงผล และโหมดเครื่องยนต์ ปุ่มเปิด/ปิดระบบ ABS./ASC. และปุ่มปรับโหมดระบบช่วงล่างไฟฟ้า ที่สำคัญก็คือมีระบบ Cruise control ระบบเดียวกับที่มีใน RT/GT เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่บนไฮเวย์ชวนเมื่อย และปุ่มวงแหวนที่ปลอดมือด้านซ้ายก็คือตัวควบคุมฟังก์ชั่นสำหรับใช้เฉพาะอุปกรณ์ GPS. ซึ่งต้องเป็นของ BMW เท่านั้น
banana  2013-07-08 23:52:53      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #11
โคมไฟหน้าแบบใหม่ ซึ่งจากโรงงานมีให้เลือกสองแบบ แต่สเป็คที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดย BMW Thailand จะเป็น Full option ซึ่งเป็นโคมไฟหน้าแบบ LED. สว่างชัดเจนยามค่ำคืน พร้อมหลอด Daylight ช่วยช่วยถนอมอายุหลอดไฟหลัก และปลอดภัยในการขับขี่ช่วงกลางวัน รวมถึงหลอดไฟเลี้ยว LED. ขนาดเล็กกระทัดรัด เห็นชัดเจนแม้ตอนเที่ยงวัน
banana  2013-07-08 23:54:45      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #12
แผ่นใสบังลมด้านหน้าสามารถปรับองศาได้ง่ายมาก จากปุ่มมือหมุนที่อยู่ด้านขวาของเรือนไมล์ พร้อมช่องเสียบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริมที่อยู่ด้านล่าง
banana  2013-07-08 23:55:32      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #13
ดีไซน์ของแผ่นพลาสติคครอบถุงน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 20 ลิตร ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ออกแบบให้มีเหลี่ยมสัน จนเกิดมิติของแสงเงาตกกระทบหลอกตาให้ภาพรวมของตัวรถดูเพียวกระชับ พร้อมแผ่นยางกันกระแทกอวัยวะสุดหวงที่ทาง BMW ยังคงใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้ระลึกถึงเสมอว่าท่านกำลังบดขยี้ GS อยู่นะจ๊ะ ซึ่งอัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 120 กม./ชม. จะบริโภคน้ำมัน 5.5 ลิตร จึงหมายความว่า ถ้าเติมน้ำมันเต็มถัง ท่านสามารถหวดไปได้ระยะทางมากกว่า 360 กม. แต่ถ้าความเร็ว 90 กม./ชม. จะบริโภคน้ำมัน 4.1 ลิตร ท่านสามารถขี่ได้มากกว่า 480 กม. ออกจากกรุงเทพ ไปกินมื้อเที่ยงที่นครสวรรค์ แถมขี่กลับบ้าน น้ำมันก็ยังไม่หมดถัง
banana  2013-07-08 23:56:43      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #14
เฟรมโลหะทรงกลมถูกออกแบบให้สอดรับและใช้ตัวเครื่องยนต์เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของโครงตัวรถ ส่งผลถึงความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่นในทุกสภาพการขับขี่ ซึ่งเครื่องยนต์บล๊อคใหม่มีการย้ายตำแหน่งของชุดเพลาขับเคลื่อนซึ่งออกแบบทั้งภายนอกและภายในใหม่มาไว้ฝั่งซ้ายของตัวรถ ให้สัมผัสของการถ่ายทอดกำลังที่กระชับ ทันใจมากกว่าชุดเพลาแบบเก่าอย่างรู้สึกได้ชัดเจน
banana  2013-07-08 23:58:43      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #15
มั่นคงในทุกสภาพการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ BMW EVO Paralever ควบคุมด้วยไฟฟ้า รับสัมปทานโดย SACHS เช่นเดียวกับด้านหน้า พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจรับการกระแทกเพื่อประมวลผลไปสู่ระบบการปรับตั้งช่วงล่างอัตโนมัติในโหมด Dynamic ซึ่งนับว่าทันสมัยที่สุดในรถกลุ่มเดียวกันขณะนี้
banana  2013-07-08 23:59:43      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #16
ล้อหลังที่ขยายความกว้างของหน้ายางเป็น 170/60-17 เชื้อเชิญสิงห์ทางเรียบที่ชอบหวดโค้งความเร็วสูง ก้านซี่ลวด พร้อมดูดซับแรงกระแทกทุกสภาพถนน อันส่งผลต่อเสถียรภาพความมั่นคงใ และความปลอดภัยในการขับขี่ และสามารถถอดล้อหลังได้ง่ายดายในยามมีเหตุจำเป็นด้วยโบลท์ 5 ตัว
banana  2013-07-09 00:02:40      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #17
ปลายเก็บเสียงของท่อไอเสียขนาดใหญ่ดีไซน์ทรงแบนขนานไปกับเฟรมรถด้านขวา ให้สุ้มเสียงสุภาพแต่สะใจในยามที่ลากรอบเครื่องยนต์ขึ้นสูง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใส่ท่อแต่งให้เปลืองเงินในกระเป๋า
banana  2013-07-09 00:03:50      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #18
เบาะนั่งของผู้ขับขี่ดีไซน์ได้กระชับ สบาย สามารถปรับความสูง-ต่ำได้ง่ายดาย 2 ระดับ (850/870 mm.) พร้อมเบาะคนซ้อนที่สามารถปรับตำแหน่งให้ใกล้ชิดผู้ขับขี่ หรือถอยร่นไปด้านหลังได้ง่ายเช่นกัน
banana  2013-07-09 00:04:25      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #19
ล้อหน้าที่รัดยางขนาด 120/70-19 พร้อมฝ่าทุกอุปสรรคที่นักเดินทางระยะไกลพึงจะเจอ มาพร้อมกับระบบเบรคหน้าที่ใช้คาลิเปอร์ค่าย Brembo แบบเรเดียลเมาท์ (ซะที) ให้ประสิทธิภาพการเบรคที่ "หนึบ" กว่าเดิม พร้อมความปลอดภัยสูงสูดด้วยระบบ ABS. ซึ่ง BMW การันตีด้วยประสบการณ์ที่พัฒนามาใส่ในรถมอเตอร์ไซค์ก่อนใครอื่น
banana  2013-07-09 00:05:42      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #20
โคมไฟท้ายดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย แถมใส่หลอด LED. แอบซ่อนอย่างแนบเนียน ให้แสงสว่างเด่นชัดเต็มตาผู้ขับขี่รถข้างหลัง
banana  2013-07-09 00:07:03      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #21
แรคยึดสัมภาระด้านท้ายรถออกแบบมาสอดรับกับรูปทรงของปลายซับเฟรม พร้อมรองรับทั้งกระเป๋าแบบอ่อน และรอรับกล่อมสัมภาระของ BMW ซึ่งแยกจำหน่ายต่างหาก
banana  2013-07-09 00:08:05      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #22
ขอขอบคุณ BMW Thailand Co.,ltd. ผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์ BMW ในประเทศไทย สำหรับ BMW R1200GS โมเดล 2013 คันแรกของเมืองไทย ใหม่แกะกล่อง สำหรับการทดสอบครั้งสำคัญครั้งนี้

การทดสอบ มีทั้งหมด 2 ภาค ซึ่งในภาคแรกจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับรายละเอียดของตัวรถ และภาคที่สองจะเป็นการจับประชันกับคู่แข่งที่เป็นตัวจี๊ดพิกัดเดียวกัน คือ KTM 1190 Adventure โดยมีการทดสอบขับขี่จริงในสามรูปแบบ คือ ทางเรียบในสนามแข่ง ทางเรียบบนถนนจริง และ ออฟโรดในพื้นที่กันดาร รวมไปถึงบทสัมภาษณ์พิเศษแขกรับเชิญซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้รถในแนวนี้เกี่ยวกับ "สัมผัส" ใหม่ ที่ทุกคนได้ทดลองขับขี่
banana  2013-07-09 00:12:09      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #23
จะอดใจรอดูครับ แต่เร็วหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ
DiamonD13  2013-07-09 05:40:53      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #24

ภาคสอง ภาคสอง ภาคสอง !!!
555
Dog Lover !  2013-07-09 10:20:36      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #25
ขอบคุณครับป๋า ^^
EdgeMaNizTa  2013-07-09 18:50:57      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #26
ประมาณเดือนสองเดือนก่อน

ผมเห็นวิ่งที่ นครพนม ไม่รู้ใช่คันเดียวกันหรือปาว
nawapon555  2013-07-09 19:25:13      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #27
ถึงสังขาลไม่ให้ แต่ใจยังรัก จะรออ่านอยู่นะครับ
tookkoo  2013-07-09 20:02:39      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #28
เห็นอาเฮียกรว่าขี่ นุ่ม สบาย เอา GS
ขี่มันส์ แรง เอา KTM อัยยะ!!
The_Blue_Panda  2013-07-10 17:56:59      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #29
วู้
SuperRee  2014-05-16 14:15:34      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #30
มีภาคต่อมั้ยครับครับครู
gs_028  2013-10-03 14:05:05      แจ้งลบความเห็น


Privacy & Policy Statements Advertisement About StormClub.com Contact Stormclub.com